กลุ่ม G7 ประชุมด่วน หารือปล่อยน้ำมันสำรองรับมือราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลลาร์
รัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G7 เตรียมประชุมฉุกเฉินในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรอง รับมือราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน
สำนักข่าว Financial Times รายงานว่า รัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G7 จะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 9 มี.ค. เพื่อหารือเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองร่วมกัน ซึ่งประสานงานโดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) โดยมีเป้าหมายเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บรรดารัฐมนตรีและ ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA จะโทรศัพท์พูดคุยกันในเวลา 08.30 น. ตามเวลานิวยอร์ก (20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามอิหร่าน
จนถึงขณะนี้ มี 3 ประเทศในกลุ่ม G7 รวมถึงสหรัฐฯ ที่แสดงการสนับสนุนแนวคิดนี้ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว
สมาชิก 32 ประเทศของ IEA ถือครองคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบฉุกเฉินร่วมกันที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับวิกฤตราคาน้ำมัน
แหล่งข่าวหนึ่งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางคนเชื่อว่า การปล่อยน้ำมันร่วมกันในปริมาณ 300-400 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็น 25-30% ของปริมาณน้ำมันสำรอง 1.2 พันล้านบาร์เรล จะเหมาะสมที่สุด
การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันให้หยุดยั้งการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันดิบนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3.45 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเมื่อวันที่ 8 มี.ค. จาก 2.98 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นไปอีก
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดผลกระทบไปทั่วโลก คุกคามภาวะเงินเฟ้อที่อาจสร้างความเสียหายอย่างถาวรต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก
จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี อิตาลี และสเปน เป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุด ทำให้ประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน
คลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินถูกจัดตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการก่อตั้ง IEA ในปี 1974 หลังจากการคว่ำบาตรน้ำมันของกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นและก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงครั้งใหญ่ทั่วโลกตะวันตก
คลังสำรองนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประเทศผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่สามารถรับมือกับวิกฤตพลังงานครั้งสำคัญได้
นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร IEA ได้มีการปล่อยน้ำมันสำรองออกมาแล้ว 5 ครั้ง โดย 2 ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2022 เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
เอกสารระบุว่า ประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองมากกว่า 1.24 พันล้านบาร์เรล นอกเหนือจากน้ำมันสำรองของภาคอุตสาหกรรมอีกประมาณ 600 ล้านบาร์เรล ซึ่งสามารถนำซัพพลายเพิ่มเติมเข้าสู่ตลาดได้หากจำเป็น
เอกสารระบุว่า น้ำมันสำรองเหล่านี้สามารถครอบคลุมความต้องการใช้น้ำมันทั้งหมดในประเทศสมาชิก IEA ได้เกือบ 1 เดือน และครอบคลุมการนำเข้าสุทธิได้มากกว่า 140 วัน โดยสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองรวมกันประมาณ 700 ล้านบาร์เรลจากทั้งหมด 1.24 พันล้านบาร์เรล
ในเย็นวันที่ 8 มี.ค. ในโพสต์บน Truth Social ทรัมป์ได้ปัดความกังวลใด ๆ เกี่ยวกับการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน เขาบอกว่า “ราคาน้ำมันในระยะสั้น ซึ่งจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อการทำลายภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่านสิ้นสุดลง เป็นราคาที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับความปลอดภัยและสันติภาพของสหรัฐอเมริกาและโลก มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะคิดเป็นอย่างอื่น!”
จีน ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิก IEA อย่างเต็มรูปแบบ ก็มีปริมาณสำรองน้ำมันมหาศาล ซึ่งสะสมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ประเมินว่า ปักกิ่งมีน้ำมันอยู่ระหว่าง 1.1 พันล้านถึง 1.4 พันล้านบาร์เรล ซึ่งอาจครอบคลุมความต้องการนำเข้าน้ำมันภายในประเทศได้ประมาณ 140 วัน
เรียบเรียงจาก Financial Times
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB